ปัญหาของ “มาเที่ยว” … ปัญหาของ “แมนฯยูไนเต็ด”

0
71

หากใครได้ติดตามข่าวสารของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงนี้แล้ว นอกเหนือไปจากการคุ้นเคยกับเลข 6 แล้ว ก็มีเรื่องอนาคตของอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลนี่แหละที่มีให้เห็นกันไม่เว้นแต่ละวัน

หัวหอกเลือดเฟร้นช์ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมอยู่ตลอดตั้งแต่เข้าปีใหม่มา หลังจากที่โจเซ่ มูริญโญ่กุนซือจออหังการของทีมชี้เป้าว่า มาร์กซิยาล ยังพยายามได้ไม่ดีพอ จนมีกระแสว่าเจ้าตัวงอนตุ๊บป่องและพร้อมที่จะเก็บข้าวของย้ายออกจากทีม แม้ว่าจะเพิ่งมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้ไม่ถึง 2 ฤดูกาลเต็ม

แม้ว่าในเกมล่าสุดกับวัตฟอร์ด เจ้าตัวจะงัดฟอร์มเด็ดอย่างที่เคยทำได้เมื่อซีซั่นที่แล้วออกมา จ่ายไปหนึ่งและยิงเองอีกหนึ่งช่วยให้ทีมเก็บชัยไปด้วยสกอร์ 2-0 และ มูริญโญ่ เองก็ให้สัมภาษณ์หลังเกมชมเชยว่า แข้งวัย 21 ปีทุ่มเทมากขึ้นและสมควรที่จะได้รับรางวัลในการลงเล่น หลังจากก่อนหน้านี้เข้าๆออกๆทีมตัวจริงอยู่พักหนึ่ง

ก็ยังไม่วายมีข่าวลือล่าสุดออกมาว่า ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ส พร้อมที่จะทุ่มเงินล่าตัวเขาไปร่วมทีม หลังจากที่เคยตามติดฟอร์มมาตั้งแต่สมัยอยู่โมนาโก แต่ดันเจอ “ปีศาจแดง” ตัดหน้าด้วยข้อเสนอ 36 ล้านปอนด์ พร้อมพ่วงด้วยเงื่อนไขต่างๆที่พร้อมจะส่งให้มูลค่าดีลนี้สูงถึง 57.6 ล้านปอนด์ในภายหลัง

คือถ้าสเปอร์สสนจริงๆตามข่าว เชื่อว่าตอนนั้นพวกเขาคงอยากจะบอกแมนฯยูไนเต็ดว่า มึงเอาไปเห๊อะ! (ฮา)

กลับเข้าเรื่อง ประเด็นข่าวลือต่างๆนาๆที่ว่ามันเป็นของคู่กับวงการฟุตบอลอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่มี นักข่าวก็ขายข่าวไม่ได้น่ะสิ เพียงแต่เรามาดูกันดีกว่าว่า “ทำไม” นักเตะดาวรุ่งที่มีแววที่จะพุ่งแรงอย่าง มาร์กซิยาล แถมพร้อมด้วยค่าตัวมหาศาลถึงได้มีข่าวย้ายทีมขึ้นมาได้

ว่ากันแบบไม่อ้อมค้อม หลักๆมันก็มาจากเจ้าตัวเองนั่นแหละครับ …

หลังจากเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้แบบซี๊ดถึงใจ ด้วยการลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมแดงเดือด ก่อนจะโซโล่เดี่ยวเข้าไปยิงลิเวอร์พูลปิดกล่อง 3-1 ในเกมเมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี 2015 ก่อนจะลงเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ ลีกกับเซาแธมป์ตันและเหมาๆ 2 ลูก สถาปนาเป็นตัวความหวังหน้าปากประตูของทีมไปโดยปริยาย จบฤดูกาลลงเล่นทุกถ้วย 49 เกม ทำไป 17 ประตู ถือว่าน่าดูชมสำหรับนักเตะวัยกลัดมันในฤดูกาลแรกกับต้นสังกัด

เพียงแต่หลังจบฤดูกาลอันหวานชื่น ระหว่างรอยต่อของฤดูกาลเก่าสู่ใหม่ มันดันเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้กระทบฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวโดยตรงแบบไม่ต้องสงสัย

นอกเหนือไปจากการมาของ มูริญโญ่ ที่มาแทนที่หลุยส์ ฟาน ฮาลเจ้านายเก่า พร้อมพ่วงด้วยการหนีบซลาตัน อิบราฮิโมวิชมายืนเป็นหน้าเป้าในระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 หรืออะไรก็ตามแต่ที่เฮียมูแกจะปรับ แต่ที่แน่ๆคือตำแหน่งหน้าเป้าที่มีนั้น “เดอะ ก็อด” เขาจองแล้วแน่นอน ทำให้สุดท้ายเจ้าตัวต้องโยกไปเล่นในตำแหน่งปีกตัวรุกฝั่งซ้าย(พร้อมเปลี่ยนจากเบอร์ 9 เป็น 11) ซึ่งตรงนี้ส่งผลแน่นอน แต่ผมมองว่าไม่มากในระดับมืออาชีพ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจและยอมรับได้

แต่ก่อนที่เข้าจะถูกเรียกไปติดทีมชาติฝรั่งเศสเพื่อลุยศึกยูโร 2016 ซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าภาพเองด้วยนั้น เจ้าตัวดันเกิดปัญหาครอบครัว ต้องหย่าร้างกับภรรยาอย่างซาแมนธ่า ยัคเกลิเน่ หลังจากถูกจับได้ว่าแอบไปกินตับกับสาวอื่น ก่อนที่จะถูกอดีตคนรักออกมาแฉว่า อดีตแข้งโมนาโกหลงใหลได้ปลื้มไปกับแสงสีและนารีนอกสนามหญ้า จนต้นรักที่ปลูกกันยาวนานมาตั้งแต่สมัยเด็กนั้นต้องหักโค่นลง

ผลกระทบของเรื่องนี้ออกมารวดเร็วทันใจ เพราะมาร์กซิยาลที่เพิ่งจะปิดฤดูกาลสวยๆกับแมนฯยูไนเต็ดไป กลับเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานให้กับทีม “ตราไก่” จนโดนแฟนบอลชาติเดียวกันด่าเสีย แม้ว่าจะสำรองเป็นส่วนมาก แต่พอมีโอกาสกลับทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

พอโซซัดโซเซกลับมาที่เมืองแมนเชสเตอร์ ผมเชื่อว่าใครดูก็รู้ตั้งแต่แว้บแรกที่เห็นหน้า มาร์กซิยาล ว่าเจ้าตัวไม่เหมือนเดิม ความมั่นใจหดหาย ดูเหม่อลอยในหลายๆจังหวะ แม้ว่าจะได้โอกาสมากพอสมควรจาก มูริญโญ่ แต่ผลงานลงสนาม 30 นัดในทุกรายการ ทำไป 8 ประตูและยิงในพรีเมียร์ ลีกแค่ 3 ลูกนั้น มันห่างไกลจากความคาดหวังที่แฟนๆมีต่อตัวเขามากมายนัก (แม้ว่าจะถูกโยกไปด้านข้างก็ตาม) เพราะนอกจากสถิติการทำประตูแล้ว การเล่นของมาร์กซิยาลเองก็ขาดความเฉียบคมและพริ้วไหวอย่างที่เคยมีไปมาก

ทำเป็นเล่นไปนะครับ มีนักกีฬาจำนวนไม่น้อยเลยที่หลุดออกจากวงโคจรของตัวเองไปจากปัญหาครอบครัวหรือเอาตรงๆเลยก็คือปัญหาการเลิกรากับคู่ชีวิตของตัวเอง หลายคนหาทางกลับมาได้ แต่อีกส่วนหนึ่งไปแล้วไปลับไม่กลับมาเลยก็มี

ร่ายมาซะยาว ก็จะขอสรุปเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกันครับว่า ปัญหาของ มาร์กซิยาล อยู่ที่สภาพจิตใจล้วนๆ ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่ต้องเจอทั้งแรงกดดันและปัญหาชีวิตตามหลอกหลอน จะเป๋ไปบ้างไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสักนิด แค่มันน่าเขกกะโหลกตรงดันไปนอกใจเมียจนเสียเรื่องนี่สิ !

แต่ไม่ว่าจะเป๋ไปมากแค่ไหน ด้วยสิ่งที่เขามีและสีเสื้อที่ใส่อยู่ ทางเลือกของ มาร์กซิยาล มีทางเดียวคือต้องกลับมาสู่เส้นทางของตัวเองให้ได้และเร็วที่สุด เพราะนั่นคือเส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพ ไม่ว่าข้างนอกสนามจะเกิดอะไรขึ้น เมื่ออยู่ในสนาม ปัญหาเดียวที่คุณมีก็คือทำยังไงถึงจะส่งบอลไปนอนอยู่ก้นตาข่ายคู่แข่งให้ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ที่ผมมองว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการให้เขากลับมาสู่เส้นทางให้ไว้ที่สุด

อย่างที่เราทราบกันว่าแมนฯยูไนเต็ดของ มูริญโญ่ ฤดูกาลนื้ฝืดเสียเหลือเกิน หลังจากตะกุกตะกักกับการหาทีมที่ลงตัวในช่วงต้นฤดูกาล แม้ว่าจะเล่นได้ดีขึ้น แต่ปัญหาหลักของพวกเขาเลยก็คือการใช้โอกาสสิ้นเปลือง โยนทิ้งยิงขว้างไปมากมายในแต่ละเกม

“ปีศาจแดง” ทำไป 38 ประตูจาก 25 เกมที่ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก โดยที่ดาวซัลโวของทีมคือ อิบราฮิโมวิช ทำไป 15 ประตู แต่อันดับสองรองลงมาซึ่งก็คือฆวน มาต้ากลับทำไปได้เพียงแค่ 6 ลูกเท่านั้น ก่อนที่คนอื่นจะเฉลี่ยกันไป มันสะท้อนให้เห็นเลยว่าถ้าเกิดแข้งสวีดิชไม่ยิงขึ้นมา แต่ละเกมทีมมีลุ้นประตูได้เฉลี่ยไม่ถึง 1 ลูกด้วยซ้ำ !

มาร์คัส แรชฟอร์ดยังไม่สามารถอยู่ในจุดที่คาดหวังว่าจะถล่มประตูให้กับทีมได้เพราะยังต้องเรียนรู้เพลงแข้งอีกมาก ส่วนเวย์น รูนี่ย์นอกเหนือจากฟรีคิกอันเด็ดขาดในนาทีสุดท้ายที่ซัดเสมอสโต๊ค ซิตี้แล้วนั้น ก็ไม่มีใครหวังว่าแกจะยิงได้สักเท่าไหร่อยู่แล้ว

ด้าน มาต้า แม้ว่าจะหาช่องได้ดี หวังได้บ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายจากตำแหน่งและแนวทางการเล่น ขณะที่พอล ป็อกบาถ้าแข่งกันที่ระยะไกลของลูกที่ยิงมากกว่าการยิงให้เข้าประตูหรือแค่ตรงกรอบก็คงพอมีลุ้นอยู่บ้าง(ฮา)

พูดง่ายๆเลยว่าขึ้นเกมแต่ละที ผมเองก็ไม่รู้ว่าการเข้าทำแบบไหนที่จะทำให้ทีมได้ประตู นอกเหนือไปจากตัวความหวังอย่าง อิบราฮิโมวิช (ซึ่งหลังๆแกก็ยิงทิ้งขว้างเหมือนกัน)และลูกเซ็ตพีซที่อาศัยจังหวะเข้าทางลุ้นให้ได้ประตู

ฉะนั้นผมมองว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีที่ส่งออกมาจากตัว มาร์กซิยาล ในเกมกับวัตฟอร์ดที่ต้องบอกว่าเขาน่าจะเล่นได้ดีที่สุดเกมนึงในซีซั่นนี้ หากเขาสามารถปรับโฟกัสของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางได้และผลิตฟอร์มมาตรฐานต่อเนื่อง ก้าวผ่านอดีตที่ยังไงก็ไม่มีทางแก้ไขไปเสีย

ปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นในตัวเขาที่มีก็จะหมดไป พร้อมๆกับได้สิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมองหามาตลอดในฤดูกาลนี้ไงล่ะครับ

ทิ้งคำตอบไว้